+++ วันเกิดบนแท่น อีกแล้ว +++
+++ Well engineer ควบคู่ไปกับนักเขียนหรือนักขาย +++
+++หลับให้สบายนะพี่สิน +++
+++ ปิดเล่ม และ Rio das Ostras Jazz & Blue festival +++
+++สำนักพิมพ์ริโอ สำนักพิมพ์แห่งความภูมิใจของฉัน +++
+++ หงุดหงิดกับคำว่า Freelance +++
+++ประสบการณ์ของผู้หญิงกับการทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน+++
+++ Peru ตอนที่ 3 Machu Picchu +++
    

  

 




 

  

            

+++หลับให้สบายนะพี่สิน +++

 หลับให้สบายนะพี่สิน


อยากเขียนหน้านี้เก็บไว้ เพราะมันคงเป็นความทรงจำสุดท้ายที่มีต่อพี่สิน 
แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนคือ การเขียนให้จบโดยไม่ร้องไห้

ตั้งแต่เกิดมาก็มีพี่สินคอยเลี้ยงดูพวกเราสามพี่น้อง
พี่สินเป็นพี่เลี้ยงที่ไม่เคยจากพวกเราไปไหน 
ไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะพี่สินมีน้องชายที่ชอบขอเงิน 
พี่สินใจดีก็จะให้เงินน้องชายเสมอจนพี่สินไม่เคยมีเงินเก็บ
ถึงขนาดต้องยืมเงินม๊าก่อนล่วงหน้าก็เพื่อน้องชายทั้งนั้น

พี่สินรู้ว่าเด็กๆพวกเราชอบกินไข่เจียวกับซอสพริกศรีราชา
พี่สินก็จะทำให้ทุกวัน 
พอเราเบื่อ มาชอบกินปลานึ่งมะนาว 
พี่สินก็ทำให้กินทุกวันจนเราเบื่ออีก

ตอนเรายังเล็ก พี่สินดูแลพวกเราดีมาก ขนาดพวกเราเข้าห้องน้ำ
ต้องตะโกนให้พี่สินมาช่วยเช็ดก้น พี่สินก็ไม่รังเกียจ

เวลาตูนมีปัญหากับม๊า คนแรกที่ตูนจะไปหาและร้องไห้ด้วยก็คือพี่สิน

ตอนเด็กๆ ตูนเคยบอกพี่สินว่า ไม่ต้องกลัวนะ 
ถ้าวันนึงตูนมีเงินตูนจะซื้อบ้านให้พี่สิน ตูนจะดูแลพี่สินเอง

แม้แต่วันแม่ที่โรงเรียนเคยสอนให้นำดอกไม้ไปไหว้แม่
พวงมาลัยสามพวงที่ตูนซื้อให้ก็คือ แม่ พี่สิน และอาม่าน้อย

หลังจากที่ตูนทำงานครั้งแรกได้สักพักและย้ายไปเมืองจีน
ตูนจำได้ว่าตูนเอาเงินที่พอเก็บมาจากเงินเดือนน้อยนิด
ไปซื้อทองให้พี่สินบอกว่าไว้ใช้ถ้าลำบาก

แต่พอตูนเริ่มงานกับชลัม เงินเดือนตูนเยอะขึ้น
สิ่งแรกที่ตูนไม่ลังเลคือการให้เงินเดือนพี่สินทุกเดือน
ตูนกับต้อมรู้เสมอว่าพี่สินมีปัญหาเรื่องเงิน 
จริงๆพี่สินไม่ได้ใช้อะไรเลย มีแต่คนรอบตัวที่ใช้
บางครั้งหลานพี่สินขอเงินใช้ในส่ิ่งที่ไม่จำเป็น
ตูนกับต้อมไม่รู้ว่าจริงๆหรือไม่ แต่รู้อย่างเดียวว่าไม่อยากให้พี่สินไม่สบายใจ
จึงให้พี่สินแบบไม่ลังเล พร้อมบอกว่าไม่สนใจว่าจะโดนหลานหลอกไหม
แต่เพราะรักพี่สิน เลยไม่อยากให้พี่สินต้องกังวลเรื่องเงิน
สิ่งเดียวที่ตูนทำได้มาตั้งแต่ปี 2007 คือให้เงินเดือนพี่สินตามสัญญา
สัญญาที่จะดูแลพี่สิน 

มีบางครั้งที่พี่สินขอเป็นจำนวนมากไปก่อน
เพื่อให้หลานเรื่องเรียนจบ 
อย่างน้อยพี่สินบอกขอบคุณตูนที่ช่วยส่งหลานเค้าเรียน
ตูนทำให้พี่สินสบายใจ ตูนก็ดีใจ

หลายครั้งที่อยากพาพี่สินไปเที่ยว ไปกินอาหารดีๆ
พี่สินก็บอกไม่เอา ไม่อยากแต่งตัวไปไหน
ทุกครั้งที่ตูนไปเดินห้าง จะซื้อของกินอร่อยๆมาให้พี่สินแทน
จนพี่สินบอกไม่เอาแล้วน้ำหนักขึ้น

ตูนดีใจที่พี่สินได้เห็นตูนแต่งงาน
แต่เสียใจที่ตูนต้องเห็นพี่สินคอยเฝ้ากล่องเงินมากกว่ามาเอ็นจอยในงาน
แต่พี่สินก็ปฏิเสธทุกครั้งที่ตูนบอกให้พี่สินไปเอ็นจอยกับงานแต่ง
ตูนซื้อรองเท้าให้พี่สินใส่งานแต่ง แต่พี่สินบอกมันเจ็บเลยไม่ค่อยได้เดิน

พี่สินดูแลอาม่าน้อยอย่างดี จนถึงวันที่อาม่าจากไปเมื่อปี 2007
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตูนทำงานที่เวียดนามกับ Schlumberger
ตูนกลับมาไม่ทันวันที่อาม่าสิ้นลมหายใจ 
พี่สินบอกว่าอาม่าบอกว่าคิดถึงตูนแล้วก็ล้มลงและจากพวกเราไป

ก่อนตูนมาบราซิล สองเดือนที่อยู่บ้าน พี่สินดูปกติ 
อาจจะมีช่วงที่พี่สินป่วยหนัก แต่ม๊าก้อหาหมอรักษาจนพี่สินอาการดีขึ้นมา
พี่สินดูไม่มีแววของคนมีโรคหรืออะไรเลย
วันๆตูนก็ไม่ไปไหนนอกจากนั่งกินอาหารอีสานแปลกๆ 
ฟังพี่สินปรับทุกข์เรื่องสาวใช้ใหม่

พอตูนมาบราซิลได้สักพัก
ต้อมบีบีมาบอกว่าพี่สินขอกลับบ้านไปพักสักเดือน
สักพักพี่สินโทรมาบอกต้อมว่าขอกู้ตูนก่อนล่วงหน้าสองหมื่น
ปกติตูนให้พี่สินเดือนละห้าพันบาท
พี่สินบอกว่าพี่สินจะเอาไปรักษาตัว
ปกติม๊าจะออกค่ารักษาให้พี่สินอยู่แล้ว
พี่สินมาขอค่ารักษาและพี่สินอยู่กับครอบครัวที่มีประวัติใช้เงินเกินตัว
ตูนกับต้อมเลยคิดว่าจะไม่ให้ เป็นเงินก้อน
แต่ขอให้แค่ห้าพันเท่าเดิม แล้วขอบิลค่ารักษาตัวมาดูจะเบิกม๊าให้
ตรงนี้ตูนไม่รู้พี่สินน้อยใจไหม ตูนขอโทษ

หลานพี่สินโทรมาบอกว่าพี่สินเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจะอยู่ได้ไม่นาน
พวกเราจึงเริ่มส่งเงินไปช่วย ม๊าก็ช่วย ญาติๆก็ช่วย
แต่พี่สินไม่รู้ตัวว่าตัวเองป่วยหนัก 
พี่สินจะไม่กลับมาบ้านแล้ว พร้อมงอนม๊าที่ม๊าพูดดุเขาเรื่องเงิน
คือตูนว่าม๊าก็เป็นห่วงที่พี่สินเอาเงินที่อาม่าให้เป็นแสนไปให้ครอบครัวหมด
ม๊่าอยากให้พี่สินเก็บให้ตัวเอง แต่พี่สินคงไม่เข้าใจความหวังดีม๊า
พร้อมงอนม๊าแทน พร้อมขอบคุณตูนที่ผ่านมาและจะไม่กลับมาแล้ว

ตูนพยายามโทรหาพี่สิน แต่โทรศัพท์พี่สินดึกหน่อยก็ปิดแล้วตลอด
จนวันนึงโทรติด เสียงผช รับ ถามว่าใคร
พอบอกตูน ผช คนนั้นบอกว่าลูกคุณต้อยพี่สินมารับ
พี่สินเสียงเหนื่อยมาก แต่ไม่ได้ดีใจที่ตูนโทรมา ทั้งที่หลานพี่สินบอกพี่สินเพ้อถึงตูน
ตูนก็งงๆ พี่่ิสินบอกมีอะไร
ตูนถามพี่สินว่าเป็นอย่างไรบ้าง
พี่สินบอกว่าสระผม เหนื่อย มีไรไหม
ตูนบอกไม่มีไร พี่สินเป็นไง พี่สินบอกสระผม เหนื่อย พร้อมเสียงที่เหนื่อยมาก
แล้วบอกว่าแค่นี้นะ .......

ตูนได้แต่อึ้งว่าพี่สินป่วยหนักจนลืมตูนหรือ
และคิดว่าจะลองโทรหาใหม่อีกทีวันหลัง

ได้แต่คิด....
เมื่อคืนต้อมบีบีมาบอกว่าพี่สินเสียแล้ว
ถ้าเป็นเหมือนเรื่องอาม่าคงร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
แต่เพราะพี่กู้ดอยู่ข้างๆเลยออกแนวอึ้ง ช็อค
เมื่อคืนเข้านอนแล้ว ค่อยเหมือนรู้ตัวว่าพี่สินจากไปแล้ว
จึงร้องหนัก พี่กู๊ดได้ยินจึงกอดปลอบใจ 

จริงๆทำงานที่นี่มาสักพัก
ก็เริ่มแอบคิดแล้วหล่ะว่าได้หยุดเดือนนึงต่อปี
แถมวันหยุดก็ต้องสแตนบายไปเที่ยวไหนยาก
จะกลับบ้านก็แพลนไม่ได้ โดนเลื่อนไปเลื่อนมา
จากตอนแรกตุลาย้ายมาสิงหา 
พอพี่สินป่วยก็แอบคิดๆแล้วว่าอยากกลับไทย
อยากทำงานเมืองไทย แต่สัญญาใจที่ให้กับเจ้าของว่าจะอยู่สามปีมันค้ำคอ

จนมาเกิดเรื่องว่าเจ้าของบริษัทไม่ขึ้นเงินหลังตกลงกันว่า probation 3 เดือน
รอให้ผ่านไป 6 เดือนค่อยว่ากัน
พอเราถามทางอีเมลก็โมโห และใส่เหตุผลไร้สาระมาเต็มไปหมด
สรุปว่าเค้ายื่น notice ว่าถ้าจะอยู่ต่อต้องเขียนจดหมายว่าเราจะ commit กับบริษัทไง
(แล้วเราขอถามกลับว่าที่ผ่านมาเรียกว่าอะไร??)
ถ้าไม่อยู่ต่อแล้วก็ให้บอกมาเลย 

ชีวิตในบราซิลเรามีความสุขดีนะ เพื่อนๆ op manager ครอบครัว หมาสองตัว
ชีวิตง่ายๆ แต่เจ้าของบริษัท ความคิดไม่เวิคอย่างแรง!!!
เราสองคนคงไปด้วยกันกับเขาไม่ได้
เราสองคนจึงลาออกและจะกลับไทยสิงหานี้

ตอนแรกที่เราเครียดเพราะกลัวป๊าม๊าคิดว่าเราอ่อนแอ 
แต่พอคุยกับม๊า ม๊าเข้าใจ นั่นหล่ะคือที่เราต้องการทั้งหมด
พร้อม op manager ก็เข้าใจพวกเราและพร้อมเป็น reference ให้ในการสมัครงานต่อไป
เรื่องไม่มีงานไม่เสียใจ เท่าเรื่องที่เราเชื่อใจคนๆนึง
เราคิดว่าเขาดี แต่พอเราออก เค้าไล่เราเหมือนหมูเหมือนหมาให้ออกไป
เราจะเที่ยวต่อละตินอเมริกาก็ไม่ให้บีบให้เรากลับไทยเร็วที่สุด
เราเลยไม่ไรมากแหละตอนนี้
แพคของรอกลับบ้าน ถ้าเราแอบเปลี่ยนตั๋วได้เราก็จะเที่ยว
ถ้าไม่ได้ก็กลับ และหมายมั่นว่าวันนึงต้องรวยกว่าเจ้าของบริษัทคนนี้

แค่คำที่เค้าคิดว่าทำไมต้องกลับบ้าน 
สิบปีค่อยกลับไปอย่าง multi millionaire ก็พอ 
แค่นี้ก็รู้แหละว่าเค้าเป็นคนอย่างไร 
เรายอม broke และได้กอดป๊าม๊าแน่นๆดีกว่า....

สรุป July is really wondered me! 
หมาที่รัก เจ้านีโน่เสีย 
ตกงาน
และพี่สินเสีย

ทุกอย่างเกืดขึ้นเพื่อให้เราเข้มแข็งต่อไป
บันทึกบทนี้จะสอนให้เรารู้ว่าเราต้องเข้มแข็งต่อไป
รักครอบครัว รักเพื่อน และ move on!!!!

แต่สิ่งที่เราคอยถามตัวเองคือ ยังอยากทำงานเป็นลูกจ้างคนอื่นอีกไหม
ทำไปแล้วได้อะไรบ้าง ถึงเวลาทำอะไรเองแล้วหรือยัง
ยังคิดไม่ตก พร้อมร่อนเรซูเม่ไปด้วยในตัว เฮ้อ...

ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง เราคิดว่าเราสบายดี :) 

     Share

<< +++ ปิดเล่ม และ Rio das Ostras Jazz & Blue festival ++++++ Well engineer ควบคู่ไปกับนักเขียนหรือนักขาย +++ >>

Posted on Tue 12 Jul 2011 7:07

 

 

 

 

That's a clever answer to a tricky <a href="http://btwukvny.com">qutseion</a>
Elly   
Thu 20 Oct 2016 12:31 [10]
 

Never seen a <a href="http://ugspklxc.com">betetr</a> post! ICOCBW
Mahala   
Mon 17 Oct 2016 23:52 [9]
 

<a href="http://ynjgrofkokm.com">Imspresive</a> brain power at work! Great answer!
Rennifer   
Mon 17 Oct 2016 16:32 [8]
 

Your post captures the issue <a href="http://yiadia.com">petlfcrey!</a>
Heidi   
Mon 17 Oct 2016 2:54 [7]
 

Essays like this are so important to bronedniag people's horizons.
Betsy   
Tue 11 Oct 2016 20:48 [6]
 

Todays kickers and punters are as physically coenitiodnd as any other athlete on the team. They are as big as linebackers were a generation or two ago. That accounts for the improvement in that area, as well as specialized coaching.
Andi   
Tue 11 Oct 2016 15:20 [5]
 

เสียใจเรื่องพี่สินด้วยคนนะ T T
Pam   
Mon 1 Aug 2011 14:20 [4]

อ่านแล้วนึกถึงตัวเอง เพราะเราก็กลัวเหมือนกันว่าการที่เราตัดสินใจมาเรียนต่อตอนนี้ (อาจจะหลายปี)
แล้วถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวที่เมืองไทย เราจะรู้สึกแย่แค่ไหน
เวลาคุยกับที่บ้าน พ่อชอบบอกว่า อยู่ที่นั่นนานๆก็ได้นะ อยากเรียนต่อหรือทำงานที่นู่นเลยก็ได้ ไม่ต้องห่วงคนที่บ้าน
ตอนวันเกิดเราที่ผ่านมา พ่อก็ส่งการ์ดมาจากเมืองไทย บอกว่า พ่อสวดมนต์ให้ทุกวันขอให้ลูกประสบความสำเร็จ
แกเอ้ย....น้ำตาจะไหลเลยแหละ(ขนาดเราเป็นคนไม่ค่อยซึ้งอะไรง่ายๆนะ)

เสียใจด้วยเรื่องคนและหมาที่จากไป แต่ฉันรู้ว่าแกจะเข้มแข็งได้ในเร็ววัน
ส่วนเรื่องงาน นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่แกจะได้กลับมาดูแลพ่อแม่และครอบครัวอย่างใกล้ชิด
ฉันรู้ว่า แกอยู่ที่ประเทศไทย หรือประเทศไหนในโลกก็ประสบความสำเร็จได้ แกเก่งจะตาย
ถ้าแกกลับเมืองไทย นอกจากครอบครัวแกแล้ว เพื่อนๆทุกคนก็คงดีใจมากเช่นกัน :)
11526   
Tue 12 Jul 2011 12:42 [3]

สู้ๆนะตูน เป็นกำลังใจให้จ้า เชื่อว่าพี่สินก็ต้องภูมิใจในตัวตูนมากๆ และก็คงมองดูตูนอยู่ไกลๆ คิดว่าพี่เค้าไปสบายแล้วดีกว่าเนอะ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับโรคภัยเนอะ ส่วนเรื่องงานลองคิดกลับกันสิ มันเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้คน และอาจเป็นโอกาสที่ส่งให้ตูนได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือตามฝันก็ได้นะ =) สู้ๆจ้า เข้มแข็งๆๆๆนะ

ปล. หลังพายุฝน ฟ้าย่อมสดใส :)
maew :)   
Tue 12 Jul 2011 10:45 [2]

พี่เป็นกำลังใจให้ตูนเสมอน่ะ ... เรื่องพี่สิน พี่ว่าตูนทำได้ทำหน้าที่ของตูนอย่างดีที่สุดแล้ว ... ตอบแทนเขาที่เขาเลี้ยงดูเรามาเป็นอย่างดี ด้วยการเกื้อกูล และทำให้เขาอยู่เย็นเป็นสุขแบบไร้กังวลเรื่องเงินทอง ... อย่างน้อยๆ ตูนก็อยู่รับฟังปัญหาของเขา ในวันที่เขาอยากระบาย และในวันที่เขาต้องการตูน ...

ส่วนเรื่องเงินทอง เราหวังดี เราจึงตักเตือน พี่ว่าลึกๆ พี่สินก็เข้าใจ เพียงแต่ว่าคนรอบๆ ตัวเขาเหมือนพยายามจะตักตวงจากเขา ก็เลยอาจจะทำให้เขาอึดอัดใจจนต้องมาขอเงินจากตูนเพิ่มก็ได้ ... แต่ในสถานการณ์แบบนี้ พี่เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องทำอย่างตูน

ส่วนเรื่องงาน .. พี่ไม่ห่วงงานของตูนเลย ตูนกับพี่กู๊ดเก่งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพี่เชื่อว่าตูนจะได้งานที่ดีกว่านี้แน่นอน ... เสียดายเพียงแต่ว่า ถ้าพี่ไปบราซิลจะไม่เจอตูนที่นั่นแล้วน่ะซิ

ยังไงเป็นกำลังใจให้น้องเสมอ ... เข้มแข็งนะจ๊ะ ... ชีวิตเป็นของเรา จะสุขหรือจะทุกข์ไม่มีใครทำอะไรได้ ถ้าใจเราเข้มแข็ง

จุ๊บ จุ๊บ ... คิดถึงนะจ๊ะ
พี่ noo2u จ๊ะ   
Tue 12 Jul 2011 7:36 [1]

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh