+++ Pre-wedding +++
+++ Kuala lumpur - My best friend wedding +++
+++ Culinary experience in Hong Kong part 3 +++
+++ Culinary experience in Hong Kong part 2 +++
+++ Culinary experience in Hong Kong part 1+++
+++ my life, my work, my love in Brazil +++
+++ Rio de janeiro รอบสุดท้าย +++
+++ Ipanema, Leblon and Santa Teresa +++
+++ ขอเป็นแฟนที่ Rio de jainero +++
+++ ก้อแค่บอกว่าจะชอบ +++
+++ ล้มคว่ำที่หาด Buzio +++
    

  

 




 

  

            

+++ my life, my work, my love in Brazil +++

*คาดว่าเป็นไดที่ยาวมาก และคงทิ้งไว้แบบนี้อีกสักพัก จนได้ว่างหรือตอนไปเปรู

 my life my work my love in Brazil

วันแรกที่ได้ลุลามา จริงๆตั้งใจว่าจะให้หมาชื่อลูก้า โมดิช แต่ดันเปงหญิง
แล้วที่ขำคือ president of Brazil named Lula:)

 my life my work my love in Brazil

ซ้อมมีลูกหน่อย ลูกจิว น่ารักดี

 my life my work my love in Brazil

ทำงานด้วยกัน ไปกล้บพร้อมกันน่ารักดี

 my life my work my love in Brazil

คนวาดรูปการ์ตูนในคริสมาสปาร์ตี้บริษัท

 my life my work my love in Brazil

แม่บ้านของออฟฟิศ กับเค้กวันเกิด กินเค้กวันเกิดตลอดเดือนนี้

 my life my work my love in Brazil

วันแรกหงอยๆน่่ารัก จากนั้นก้อเป็นหมาบ้า ห้าๆ

 my life my work my love in Brazil

เปงดาราของงานตอนปาร์ตี้

 my life my work my love in Brazil

แรกๆที่มาเอ็ดเวิดทำอาหารไทยต้อนรับ คนออสแต่ทำอาหารไทยอร่อย

 my life my work my love in Brazil

นานๆมีรูปคู่ที่คนอื่นถ่ายให้

 my life my work my love in Brazil

สะเต๊ะไก่โดยเอ็ดเวิด ชอบคำที่เค้าบอกว่า ผงสำเร็จรูปนะอันนี้ สำหรับพวกแกงและผงสะเต๊ะ 
the taste not worth the effort it tastes the same.

 my life my work my love in Brazil

ตลาดผักและผลไม้ไปเจอมะเขือพวงมาทำแกงเขียวหวาน

 my life my work my love in Brazil

ตลาดปลาชอบมาก 

 my life my work my love in Brazil

ล็อปเตอร์ตัวนี้แค่สี่ร้อยกว่าบาทถูกกว่ากินกุ้งตัวใหญ่ๆอีก

 my life my work my love in Brazil

ปาร์ตี้อาหารไทยโดยฉันเอง แต่ที่ห่อฟอย เอ็ดเวิดทำมาช่วย
ไม่คิดว่าตัวเองจะทำทอดมันปลาได้ และไม่คิดว่าคนจะชอบกันมากกกก
รวมทั้งไก่ทอดพี่สินทำไม่อร่อยเท่าแต่คนชมเยอะนะนี่

 my life my work my love in Brazil

คุงหญิงลอออรไหมลุคนี้


 my life my work my love in Brazil
วิวเวลาไปวิ่งบ้านกะออฟฟิศอยู่เนินเขาก้อจะเห็นวิวทะเลแบบนี้ 

สุดท้ายก้อทิ้งไดอัพย้อนไปอีกแล้ว ใจจริงตั้งใจมากว่าจะอัพย้อนจนถึงแต่งงาน
แต่พี่กู๊ดดันมาแอบเห็นก่อน เพราะเผลอเปิดทิ้งไว้ในไอแพด งิ...ไม่เซอไพรซ์
พอไม่เซอไพรซ์ก้อเลยเลิกอัพซะงั้น ไฟดับอย่างรวดเร็ว ไว้ว่างๆจะมาอัพใหม่แล้วกัน
ซึ่งก้อผ่่านไปเดือนแล้ว คงลากยาวไปอีกหลายเดือนก้อจะมาชนวันแต่งงานได้

ในที่สุดก้อบินมาบราซิลเสียที มาถึงวันที่ 17 Nov, 2010 
เป็นเรื่องยากมากที่จากบ้านมาครั้งนี้หลังจากไม่ได้อยู่ไทยนานๆมานานแล้ว
ครานี้อยู่แบบเต็มพิกัดเกือบสองเดือน วันๆก้อนอนอ้อนป๊าอ้อนม๊า
แบบสุขมาก สบายมาก แต่ก้อเข้าใจว่ากินๆนอนๆไม่ดี ทำงานดีก่า
แล้วเราก้อมีหน้าที่ภรรยามีครอบครัวที่ต้องดูแลเหมือนกัน
ป๊ามีม๊า ม๊ามีป๊า มีพี่ต้น มีฝ้าย มีต้อม พี่กู๊ดก้อเหงาอยากมีภรรยา ห้าๆ

อย่างไรเราก้อว่าไฟลท์บราซิลสบายกว่ากรุงเทพ คอลเลจสเตชั่นเยอะมาก
กรุงเทพ ปารีส (ได้กิน Macaron Laduree, และช้อป Longchamp) ริโอ
อย่างไง๊อย่างไงก้อสบายกว่า กรุงเทพ โตเกียว ฮิวสตั้น คอลเลจสเตชั่น
งานนี้โดนตรวจกระเป๋าตามเคย แต่เค้าพูดโปรตุกีสอย่างเดียวอังกิดนิดๆ
ได้ใจความว่าเราแบก Food processor มาแต่เค้าเข้าใจว่าแบก แอร์ หรือพัดลมไรไม่รู้
พอเห็นเป็นของใช้ส่วนตัวเลยให้่ผ่านอย่างง่ายดาย

เรื่องงาน
ต้องรับผิดชอบงานที่ใหญ่เกินตัวนิดนึง เพราะจอนให้เป็น Well Testing  & Completion coordinator
หลักๆก้อต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดที่เกี่่ยวกับสองแผนกนี้ 
เทสติ้งนี่ไม่ห่วงมาก แต่แผนกเด็กสมบูรณ์นี่ ถือว่ายากเพราะไม่รู้เรื่องไรเลย
แรกๆก้อแป้กหน่อยๆ มีพี่กู๊ดคอยช่วยอธิบายและจอนเจ้านายที่เชื่อในตัวเรามาก
ตอนหลังก้อเลยผ่านมาด้วยดี ตอนนี้ก้อไม่มีไรมาก เพราะใกล้ปีใหม่
มีแต่เตรียมความพร้อมเพื่อรับมืองานหนักหลังปีใหม่
หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี... โอมเพี้ยง
และอีกครั้งที่เราเป็นผู้หญิงคนเดียว และวิศวกรคนเดียว ที่เหลือเค้าเน้นประสบการณ์มากกว่า
เรื่องการเป็นวิศวกรแล้วต้องฉลาดในความคิดคนอื่นนี่ก้อถือว่าตลก
เราไม่คิดว่าวิศวกรแล้วต้องฉลาดเลย เรียนหนังสือก้อ Openbook ไม่ต้องจำมาก
ไม่ต้องคิดไรมาก แค่ใส่เลขไปคำนวณๆเด่วก้อออก มันแค่เป็นความถนัดคนละแบบ
ไม่รู้นะ เราว่าไม่ใช่วิศวกรที่ฉลาด เราเลยไม่อยากให้คนคิดว่าโห...เท่จังวิศวกร
เรานับถือที่คนเราเก่งในหลายๆแบบ ฉลาดในสิ่งที่ตนรู้ แล้วไม่อวดเก่งแต่ชอบสอนมากกว่า
แต่อย่างน้อยเราเชื่อว่าวิศวกรเป็นใบเบิกทางในหลายๆเรื่อง 
ทั้งเรื่องการตัดสินจากคนภายนอกที่คนอื่นมีต่อเรา พอเป็นวิศวกรเค้าก้อเชื่อใจเราเร็ว
ความเชื่อใจ ความไว้ใจ หลายๆครั้งที่คนอื่นคิดว่าเราจะทำได้ดี
ก้อขอให้เราทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเรานา
เพื่อนๆร่วมงานมากกว่าครึ่งเป็นบราซิลที่พูดโปรตุกีส ซึ่งหวังว่าเราจะได้ภาษาเร็ววัน

เรื่องความรัก
พี่กู๊ดตั้งแต่แต่งงานมา นับว่าเลือกไม่ผิดจริงๆ ไม่คิดว่าจะโชคดีได้เจอ ห้าๆ
คือม๊าชอบถามว่าทำไมเราสองคนไม่ทะเลาะกันเลยหรอ....
ต้องบอกว่าคนเราถ้าทะเลาะกันได้ ก้อเพราะคนนึงไม่อดทนหรือยอม
เราว่ามีหลายๆครั้งที่เรารู้สึกได้ว่าพี่กู๊ดยอมและอดทน เพื่อให้ไม่ทะเลาะกัน
คือถ้าเป็นคนปี๊ดแตกคงแบบทะเลาะกันได้  พี่กู๊ดกลับเข้ามาหาแล้วยิ้มแล้วกอด
แบบเป็นคนน่ารักมากกกกก เราว่าเกิดจากพี่กู๊ดมีป๊าม๊าที่แบบทะเลาะกัน และเป็นแบบที่เค้าไม่ชอบ
เค้าเลยไม่อยากให้เป็นกับครอบครัวที่เค้ามี
จริงๆ เราก้อไม่ได้คนชอบทะเลาะกับใครเหมือนกัน 
ยังจำได้ที่ก่อนมาทะเลาะกับต้อม...นานมากกกกก จะมีทีถ้่่าไม่นับเด็กๆ
แล้วบอกม๊ากะพี่สินว่าจะไม่คุยกับต้อมถ้าไม่จำเป็นอีกแล้ว 
แต่ม๊าบอกเด่วก้อคุย เป็นแม่ย่อมรู้จักลูกดี
ส่วนพี่สินบอกน้องตูนเป็นคนใจดี ยอมน้องหน่อยสิลูก
ส่วนป๊าก้อไม่สบายใจลูกทะเลาะกัน.....เรื่องแค่ต้อมไม่ซื้อดีวีดีมาฝากจากจีน ห้าๆๆ ไร้สาระป่ะ
สุดท้ายก้อจริงแบบทุกคนว่าเดินเข้าไปกอดน้องแล้วขอโทษ ห้าๆ
เราว่าเรากับพี่กู๊ดแบบเหมือนเป็นเพื่อนเล่นกันได้ตลอดเวลา ไม่หวานเลี่ยนไม่น่าเบื่อ
อยู่ด้วยกันมีเรื่องขำตลอด แถมตอนนี้มีเจ้าน้องหมา ก้อเหมือนเป็นลูก
เหมือนเป็นบททดสอบหน้าที่ในบ้านของแต่ละคน
เราทำกับข้่าวพี่กูํ๊ดก้อเลี้ยงหมา รดน้ำต้นไม้ อาบน้ำหมา
วันก่อนจอนเข้ามาชมเรื่องไปพรีเซ้นงานลูกค้า
แล้วบอกว่าอย่าพึ่งมีลูกไปอีกห้าปีนา 
กลับมาบ้านแบบพี่กู๊ดโกดมาก บอกไงก้อไม่ให้งานมาก่อนเรื่องลูก
แต่ที่พอทดแทนความโกดได้เพราะจอนบอก 
"u guys r really good looking couple" 555
คงชัวร์แล้วว่าต่อให้เหนื่อยไงก้อคงมีลูกปี 2012 ราวๆนั้น ห้าๆ

การใช้ชีวิต
เราคิดว่าการมาอยู่ด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกันแบบนี้มันดีมากมายนา 
เห็นไรหลายๆอย่างเยอะมาก แต่ละคนไม่เห็นแก่ตัวช่วยดูแลกันและกัน
ทุกเช้าเราตื่นมาก้อทำกาแฟ ทำข้าวเช้า แต่โดยมากจะง่ายๆ ซีเรียล แซนวิช ไข่ดาว 
เดินไปทำงานก้อแค่ห้านาที กลางวันก้อกลับมากินข้าวกลางวัน เมดทำให้กิน
เมดเราทำงานแค่วีคเดย์ แปดถึงห้า ตอนแรกจะงกทำเอง
ตอนหลังเราว่าเราคิดถูกนา งานละเอียดยิบๆ มันเยอะนา มีเค้ามาช่วยก้อดี
ตอนเย็นเราก้อออกไปวิ่ง ไปเดินกับเจ้าน้องหมาลุลา
กลับมาทำกับข้าวเย็น พี่กู๊ดก้อช่วยล้างจาน ช่วยดูหมา 
ก่อนนอนก้อหน้าที่พี่กู๊ดดูแลประตูบ้านความเรียบร้อย 
เสาร์ทีถึงไปซื้อกับข้าว วันอื่นๆก้อชิวๆ 
จะบอกว่าเราชอบชีวิตที่ไม่ต้องรถติดมากๆๆๆ แค่เดินไปกลับออฟฟิศ
ทำกับข้าวก้อแบ่งปันเพื่อนข้างบ้านๆ แลกกับข้าวกัน ไปกินข้าวบ้านคนอื่น
วันๆแทบไม่ได้แต่งตัวเพราะใส่เสื้อบริษัท 
ซึ่งผิดกลับตอนอยู่เมืองไทยมาก วันๆซื้อแต่เสื้อ ใช้เงิินซื้อของที่ไม่จำเป็น
อยู่นี่แบบมันง่ายมากๆๆ เงินหมดไปแค่ค่ากับข้าวเอง
จนคิดว่าถ้าติดใจอาจจะอยู่ไปอีกพักใหญ่ๆ ไม่อยากทำงานเมืองไทยที่มันต้องรถติด
ไม่รู้สิ เหมือนที่เอ็ดเวิดบอก การที่เดินทางมาแล้วหลายประเทศ
ทำให้รู้ได้ว่า There are many business opportunities we can do here!
แม้แต่เปิดร้านอาหารไทยริมทะเลยังทำได้เลย และคิดว่าขายได้
แต่แค่แน่ใจแล้วหรือที่จะเหนื่อย เลยขอชิวๆกับชีวิตแบบนี้ก่อน
(พึ่งจะมาบ้ารายการ Top Chef ดูแบบมาราธอนมาก สนุกสุดๆๆ
ตูนว่าดีกว่า Hell's Kitchen นา เพราะเอา Chef มาแข่ง ไม่ใช่แค่คนที่พอทำเป็น)

ข้อดีของที่นี่คืออากาศคล้ายไทยแต่อาจเย็นกว่า
ปลูกอะไรก้อขึ้น ดังนั้นพวกผักผลไม้จะเหมือนบ้านเราเยอะมาก
สามารถทำอาหารไทยๆได้มากมาย 
จากที่จัดปาร์ตี้อาหารไทยไป เสียงตอบรับดีมาก ดีใจสุดๆๆ
คำที่ยืนยันได้ว่าเค้าชมจากใจเพราะจอนถามว่าทำอาหารประจำที่ไทยหรอ
คำตอบคือไม่เลย ห้าๆๆ ก้อพี่สินเก่งกว่าตูนตั้งเยอะเนอะ

ตอนนี้ไม่มีแพลนเที่ยวไร รออีกทีช่วงคาร์นิวาลหยุดยาวอาจจะไปเปรู, hope fully




     Share

<< +++ Rio de janeiro รอบสุดท้าย ++++++ Culinary experience in Hong Kong part 1+++ >>

Posted on Wed 22 Dec 2010 1:29

 

 

 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh