+++ ก้อแค่บอกว่าจะชอบ +++
+++ ล้มคว่ำที่หาด Buzio +++
+++ Offshore training and Buzio weekend +++
+++ Buzio, Brazil +++
+++ วันที่สองที่เจอกัน +++
+++at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก+++
+++ I Amsterdam n' Sweet Paris +++
my long lost diary
    

  

 




 

  

            

+++at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก+++

อยากอัพไดวันนี้มานาน ไม่รู้ทำไมอยากอัพ เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีเวลาเขียนเป็นเล่มๆกระมัง
โลกมันไฮเทคแบบนี้ น้ำก้อท่วมได้ไม่หยุดหย่อน เก็บเป็นไฟล์สมัยนี้อาจจะปลอดภัยกว่ากระดาษ
ก้อแค่จะจำไว้ถ้าน้ำท่วมจะรักษา HD ยิ่งชีพ ห้าๆๆ

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

นี่แค่ตอนเทส flaring นา เอาเข้าจริงไม่มีไรให้เผา

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

เพื่อนเก่าเพื่อนซี้ตั้งแต่เวียดนาม มันมารอรับเราที่ helideck เลยน่ารักมาก

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

จากที่รู้จัก Diogo คนเดียว ได้มิตรภาพดีๆมาเยอะมาก คนบราซิลไงก้อนิสัยดี

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

my shift:) จริงๆมี สเตฟาโน่เป็นคนอิตาลี ก้อพอกันฮาพอกัน
ใส่ชุดหมีน้ำเงินคนเดียว ชุดส้มยังไม่เสด โดนจับมาแท่นแบบกระทันหัน

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

High profile job (HPHT) ริกดาวที่อ่วมครับ ท่อหกนิ้วอย่าให้เซด


นับย้อนไปเมื่อปีก่อน วันนี้เป็นวันที่เรากลับจากริก ENI วันแรก 
นั่งรถ 3 ชม.กลับจากริโอ ร้องไห้มาตลอดทาง
ตอนนั้นพึ่งอกหัก หักแบบบอกเลิกเค้าเอง เพราะไม่รู้จะทนไปเพื่ออะไร 
อยู่ไปก้อมีแต่เจ็บ แต่พอบอกเลิก มานั่งคิดว่าแล้วไม่มีเลยเจ็บกว่าป่าววะฮะ
อกหักตอนอายุย่างเข้า 30 ไม่ใช่เรื่องสนุก แล้วยิ่งมีแฟนมากี่คนแล้ว
จนถึงขั้นปลงว่า พอเห้อออออออ อยู่เป็นโสดดีกว่า ขึ้นคานก้อได้วะ
แต่ก้อยังเหงาๆ เศร้าๆ เซ็งๆ ก้ออย่างว่าพึ่งกลับจากริก และดันอยู่บราซิล

บราซิลไม่รู้เป็นไง เป็นประเทศแบบที่ข้าต้องมาให้ได้ 
ตั้งแต่สมัยเรียนอเมริกา แบบรูปปั้นพระเยซูบนภูเขา  มันเป็นอะไรที่เท่มากๆๆๆๆๆ (วุงเต่าก้อมี -_-")
แต่ตอนนั้นเช็คค่าตั๋วจากเมกาไปบราซิลแล้วแพงวะ 
เรามันก้อนร.โท รายได้จากทีสิสก้อแค่พอช้อปปิ้งกะกินหนมไปเดือนๆ 
จะไปทริปไกลๆก้อต้องขอป๊าม๊า ครั้นอยู่เมกาบอกป๊าม๊าจะไปบราซิลก้อใช่เรื่อง
ก้อเลยเป็นอันต้องเป็นทริปในฝันต่อไป

จนมาเข้าทำงานชลัมเนี่ยแหละ มีเพื่อนซี้เป็นคนบราซิลตอนไปเทรนที่ฝรั่งเศส
ก้อแบบมันต้องใช่แน่ๆ ประเทศนี้ เพื่อนๆก้อนิสัยดี เฮฮาปาร์ตี้
นัดแนะว่าจะต้องเจอกันอีกให้ได้ มันก้อบอกมันจะมาฮันนีมูนไทยนา
แต่พอต่างคนต่างเชคค่าตั๋วเปงแสนก้อเอ่อ.....กุรักมึงวะ แต่กุจ่ายไม่ไหว

ก้อได้แต่นั่งฝังใจว่าอยากไป เด่วลาออกแล้วไปชิวอเมริกาใต้สักพักค่อยเริ่มงานใหม่แล้วกัน
นั่งคำนวณว่าไปไงดี เริ่มเดินทางไง ไปทำไรบ้าง 
จนเริ่มมีการขอบอสแสนดีลาออก....ก้อไม่ให้ออกนา แต่ถามว่าออกไปจะทำไร
เราก้อบอกว่าไม่รู้ทำไรแต่รู้ว่าจะไปเที่ยวบราซิล
บอสบอกเอองั้นไม่ต้องออก เด่วให้ไปโลนที่บราซิล เออดีเว้ย...
คิดว่างั้นเด่วจบจ้อปบราซิลค่อยออกแล้วกัน ไปสักสองสามเดือน 

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

แรกๆที่มาใหม่ๆไปเดินหาดกะถังมันโดดเล่นนำ้อย่างกับเด็กๆ

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

อร่อยเหาะอ่า สตูปู ชื่อบราซิลไรไม่รู้ ลืม...


แต่จากที่ไปเหยียบวันแรกที่ริโอ คนมันพูดอังกิดได้น้อยมาก
แล้วหน้าเอเชียแบบเรานี่ก้อนา เป็นที่แปลกตามาก ก้อมองสิครับมองกันเข้าไป
ทำงานบนริกปกติเป็นผญ คนเดียวก้อแปลกแล้วดันเป็นคนไทย
ไม่เคยรู้สึกว่าต้องมองคนแบบมองเหมือนเรามองผ่านเค้าได้ เค้าไม่มีตัวตนมาก่อน
กลายเป็นว่าความเหงาเข้ามาแทนที่ เพราะทำงานไม่มีเวลาเที่ยวช่วงแรกๆ
บ้านเมืองมันก้ออันตราย คนมันก้อมองเราขนาดนี้ จะออกไปเดินคนเดียวก้อเลยไม่ทำ
หมกตัวเล่นเนทในโรงแรมแทน เจอเพื่อนเก่าบ้าง อะไรบ้าง
แต่ก้อเหมือนช่วงนั้นชีวิตมันดันโฟกัสเรื่องความรักมากไป
อารมณ์จะมาเอนจอยบราซิลเลยไม่มีมาก เพื่อนนิสัยคลิ้กๆก้อไม่เจอ
เพื่อนที่สนิทก้ออยู่บนแท่นบ้าง ออฟชอบ้าง เฮ้อ...

โชคดีว่าก่อนไปริก มาเจ๊อะฝรั่งคนนึงบอสัด JOSS 
เรามันก้อพวกชุดหมีมีธงชาติไทย แบบว่ารำคาญคนมาถามว่ามาจากไหน
ติดธงชาติไทยก้อจะได้ไม่ต้องคอยตอบ......
แต่วันนั้นก้อยุ๊งยุ่งกะเรื่องจะรีบเก็บของไปริโอ เช้าวันถัดไปก้อไปแท่นเลย
พี่แกมาหลอกว่ามีเพื่อนคนไทยในบอสัดไม่มีเพื่อนเลยช่วยเป็นเพื่อนเค้าหน่อย
เราก้อหลงเชื่อบอกมาเป็นเพื่อนกับพวกชลัมก้อได้ ให้เบอร์มือถือที่จำผิดไป กะอีแมว

คืนนั้นที่ริโอก้อเชคเมลเล่นก้อมีเมลหนุ่มไทยคนนี้แหละเมลว่าโทรไปไม่ได้
ให้เบอร์เรามาแทน แล้วก้อแลกเฟสบุ้คกันมั้ง
พอเข้าไปเชคเฟสบุคแล้วแบบฮามาก
เค้าคืิอหนุ่มไทยที่ยัยพลอยซี้เราที่ทำงานชลัมกันมาตั้งแต่เวียดนามพูดถึง
เพราะพลอยไปโลนที่ลาบวน เจอพี่กู๊ดไปดูงานที่นู่น
พลอยก้อพูดอยู่นั่นพี่คนนี้น่ารัก แล้วก้อเห็นสองคนนี้คุยกันในเฟสบุคบ่อยๆ
เราก้อเลยคิดว่าอ้อ คนนี้หม้อพลอยนี่หว่า 
ก้อทักทายในเฟสบุคแชทกัน แต่หน้าตาเจ้าหนุ่มคนนี้ กะรูปเฟสบุคเราว่าเหมือนเจ้าชูู้
เลยไม่ได้คิดไร จากที่คุยกันทางโทรศัพท์หลังจากนั้น....
ได้ความว่า....ถ้าเรากลับจากจ้อปนี้กลับMacae กินข้าวกัน
แต่บอกตรงๆว่าไม่ได้คิดจะโทรหาเลย เพราะว่าเกลียดผู้ชาย ยิ่งเจ้าชู้ไม่อยากเจอ
ว่าจะแอบชิ่งๆ แต่ดั๊นกลับจากจ้อปอกหัก เซ็ง จ้อปก้อไม่มีน้ำมัน
โดนกลับมาก่อนเพราะที่ช้อปเป้อว่าง แพลนปาร์ตี้ก้อเลยอด...
ก้อแบบไม่ไหวแหละไม่อยากหมกตัวอยู่โรงแรม
โทรหาเจ้าหนุ่มคนนั้นแล้วกันไหนๆก้อคนไทยเหมือนกัน น่าจะคุยกันรู้เรื่องสุดตอนนี้
ประโยคแรกที่ฝ่ายชายรับแล้วได้ยินจากเรา....กินเหล้าเปงป่ะ กินเหล้ากัน......
แมนโคดๆๆๆอ่าเรา ห้าๆ มั่นใจว่าฝ่ายชายมั่นใจร้อยเปอร์เซน ยัยนี้ไม่มาจีบเราเช่นกัน

นัดเจอกันตอนเย็น พอดีว่าได้ถัง ซีเนียร์เราจากเวียดนามโทรมาชวนกินข้าว
อารมณ์นั้นก้อแบบอยากระบายกะคนไทยวะ 
คืองอนคุยเรื่องส่วนตัวกะมันมักโดนมันไม่แคร์ เหมือนคุยได้แต่เรื่องทั่วๆไป
ก้อเลยบอกเออไปกินข้าวกะคนไทยนา
มันห่วงเราเหมือนพ่อเลย บอกระวังตัวนา โทรบอกมันด้วยนาถึงร้าน 
ไม่มีคนมาส่งมันไปรับนา....อารมณ์นั้นแบบอยากร้องไห้ มีคนเปงห่วงน่าร้ากกก
(ขอแทนเป็นชื่อแหละ เจ้าหนุ่มคนนั้นก้อคือพี่กู๊ด สาวแมนๆก้อคือเรา)
พอพี่กู๊ดโทรมาบอกว่ารอข้างล่างแล้ว เราก้อลงมาแล้วแบบอารมณ์นั้นเดินผ่านพี่กู๊ดเฉย
พี่กู๊ดครั้งแรกที่เจอนี่แบบไม่คิดว่าสูงไง คือเกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายไทยสูง
พี่กู๊ดแตะไหล่เราแล้วโน้มตัวแบบสุภาพว่าไปไหน.....
เราก้องงเว้ยเฮ้ย....อ้าววววไมสูงจัง ตัวเบ้อเริ่ม 190??? แถมสุภาพอีก
ภาพที่เคยคิดนี่นึกว่าจะแบบผอม แก่นๆ แบบพวกเดะแว้น ห้าๆๆ
ถ้าเป็นสมัยสาวๆน่าจะชอบพี่กู๊ดได้นา ก้ออาตี๋ ขาว สุภาพ สูงอีก
แต่บอกแล้วอารมณ์นั้น จิดไม่ปกติ แดกเหล้าเหอะ....ห้่าๆๆ
ผู้ชายไรไม่รู้เอาเพื่อนชายมาด้วย เค้ามีแต่ผู้หญิงเอาเพื่อนมาด้วย
อารมณ์นั้นแบบเฮ้ย ไม่ได้จะมาจับเธอ จะจีบเธอจะเอาเพื่อนมาทำไม
จะขอระบายภาษาไทย อยากมีคนระบายยยยยยย 
ปรากฎเพื่อนคนนั้นคือเคียน หนุ่มเวียดนาม เราก้อเฮ้ย งั้นเราเอาถังมาด้วยจิ
ถังคงดีใจเจอเพื่อนคนชาติเดียวกัน
แล้วจากวันนั้นชีวิตเรากับถังก้อแฮปปี้มากเจอคนชาติเดียวกัน
คืนนั้นก้อเม้าท์กันนานมาก เม้าสัพเพเหระ เราก้อระบายหมดทุกเรื่อง 
เล่าเรื่องแฟนเก่าละเอียดยิบ เรื่องงาน เรื่องทุกอย่าง
แอบประทับใจพี่กู๊ดตรงที่เรียนออสมาแต่เด็ก 
ไม่รู้ดิ เราว่าคนเรียนนอกความคิดความอ่านมันไม่ไทยจ๋าเกินไป
คือมันก้อคงมีดีและไม่ดี แต่เรารู้สึกว่าพี่กู๊ดเป็นคนที่มีส่วนผสมที่ดี
และที่ชอบมากคือเป็นเด็กสปอร์ตคลับเหมือนกัน
คือหามานานมากกกกก แม้แต่เพื่อนยังไม่ค่อยมีเลย
แล้วเราชอบเล่นออกกำลังกาย มีคนเหมือนกันมันดูไปกันได้ดี
แต่ตอนนั้นเข้าใจว่าพี่กู๊ดเป็นคนชอบลุยๆๆ จริงๆไม่ใช่ ขี้ร้อนโคด
ไม่รู้ดิ ไม่เคยเจอใครแล้วคุยถูกคอจนแบบเว้ยเฮ้ย อะไรวะนี่
คือถ้าเจอก่อนหน้านี้ที่ไม่ใช่พึ่งอกหัก คงแอบชอบไปนิดๆๆ
แต่กลายเป็นว่าไม่อยากมีแฟนคนไทยมานานมาก เพราะกัวเจ้าชู้
แล้วก้อไม่อยากมีแฟนอีกเลย เพราะเบื่อรักระยะทาง
นี่พี่แกอยู่บราซิล คนไทย เข้าสองข่ายที่ว่าตัดไฟแต่ต้นลม
แต่ตอนนั้นก้อแค่คิดว่าตลกดีมาเจอคนดีๆไรตอนนี้ แต่ไม่ได้คิดไรเลย
คิดว่าดีจังมีเพื่อนคนไทยในบราซิลด้วย

 at Macae Brazil วันที่เราเจอกันครั้งแรก

นี่รูปคู่กันใบแรก ดูมือคุณเธอ แล้วจะไม่ให้เชื่อได้ไงคนไทยเจ้าชู้!!!

นั่นแหละวันแรกที่เจอกัน  แต่กับพี่กู๊ดคิดไรนี่ไม่รู้นา
รู้แต่ว่าเพื่อนเค้ามาหลอกเราว่าพี่กู๊ดไม่มีเพื่อนเสด
ก้อเอากระดาษที่เราเขียนเบอกะอีแมวไปให้พี่กู๊ด
แล้วบอกว่า เค้าเจอผญบราซิลที่หลุยเซียน่่า แล้วปัจจุบันผญ คนนี้คือเมียเค้า
เหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้กำลังจะเกิดกับเธอ แล้วเค้าก้อยื่นกระดาษใบนั้นให้พี่กู๊ด
Do u believe in destiny?



     Share

<< +++ I Amsterdam n' Sweet Paris ++++++ วันที่สองที่เจอกัน +++ >>

Posted on Sat 13 Nov 2010 1:51

 

 

 

 

เหมือนเพื่อนเราคนนึงเลย คริส (โคลัมเบีย) กับริค (แคนาดา) เจอกันครั้งแรกก็ชวนกินเบียร์ ไม่คิดว่าจะเจอสาวไทยใจป้ำเหมือนสาวโคลัมเบีย 555
Mueyb   
Sat 13 Nov 2010 7:10 [3]
 

ว้าวววว อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ แบบรู้สึกได้เลยว่า คู่ตูนนี่เกิดมาเพื่อเจอกันและกันจริงๆ

Justcheeky   
Fri 12 Nov 2010 4:04 [2]

เรื่องราวน่ารักจังเรยค่ะตูน
สิ    
Thu 11 Nov 2010 8:33 [1]

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh